karateaubenas.net

This content shows Simple View

ศิลปะมวยไทย สุดยอดการต่อสู้ที่สังเวียนระดับโลกให้การยอมรับ

มวยไทย เป็นกีฬาต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง แต่ศิลปะมวยไทยจะไม่เป็นที่รู้จักเลยหากปราศจากนักกีฬามวยไทยที่มีความกล้าหาญและมีความสามารถอย่างแท้จริง ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จนี้มีสุดยอดนักกีฬาที่ดีที่สุดมากมายนับแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน บางคนผ่านสังเวียน kick boxing หรือ MMA มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็แล้วแต่ หากชื่นชมและนำศิลปะมวยไทยไปใช้และเผยแพร่แล้วเราต่างก็ถือว่าเป็นศิษย์สำนักเดียวกันทั้งสิ้น

3 สุดยอดนักกีฬามวยไทยที่ได้รับการยอมรับในสังเวียนระดับโลก

อันดับที่ 3 สามารถ พยัคฆ์อรุณ (2517 – 2530) นักชกชาวไทยที่แฟนมวยให้การยอมรับว่าเป็นสุดยอดนักมวยไทยตลอดกาลกับสมญานาม โมฮัมหมัด อาลี มวยไทย ด้วยการแข่งขันชิงแชมป์มวยลุมพินีหลายครั้ง และได้รับรางวัลนักมวยยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 3 ครั้ง สามารถถือเป็นนักกีฬาที่นักกีฬายุคหลัง ๆ อยากทำลายสถิติมากคนหนึ่ง แฟนมวยคุ้นเคยสไตล์การชกของเขาเป็นอย่างดีทั้งในเรื่องของปฏิกิริยาตอบสนองที่ไวเป็นเลิศและเทคนิคชั้นเชิงการชกที่เหนือชั้น ผลงานการชกเคยเป็นแชมป์มวยลุมพินีหลายรุ่นคือพินเวท จูเนียร์ฟลายเวท จูเนียร์แบนตั้มเวท และเฟเธอร์เวท ในช่วงปี 2523 – 2524 จากนั้นหันไปชกมวยสากลและได้เป็นแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวทเมื่อปี 2529 ภาพประทับใจแฟนมวยคือการชกป้องกันตำแหน่งกับ ฆวน คิด เมซา นักชกชาวเม็กซิกันซึ่งสามารถยืนพิงเชือกหลบหมัดที่ชกมากว่า 20 หมัดแล้วหาจังหวะชกสวนไปเพียงหมัดเดียวก็สามารถชนะน็อคไปได้ในยกที่ 12

อันดับ 2 บัวขาว บัญชาเมฆ (2544 – ปัจจุบัน) บัวขาวรู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่แฟนมวยทั้งไทย และต่างประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับมวยไทย และประเทศเป็นอย่างมากในช่วงระยะหลายปีนี้ เป็นนักมวยที่ผ่านสังเวียนการชกระดับโลกมามากกว่าสังเวียนการชกในประเทศเสียอีก ทั้ง K-1, S-Cup และอีกมากมาย ผลงานการชกของเขา แชมป์มวยลุมพินีปี 2544 เคยเป็นแชมป์มวย K-1 เมื่อปี 2547 และปี 2549 แชมป์โลก S-Cup ปี 2553 แชมป์สภามวยไทยโลก WMC หลายปี แชมป์สภามวยโลก WBC ปี 2557 และยังได้รับรางวัลต่าง ๆ อีกมากมาย สถิติการชก 271 ครั้ง ชนะ 235(น็อค 71) แพ้ 24 และเสมอ 12 ครั้ง

อันดับที่ 1 Ramon Dekkers นักชกชาวดัตช์ (2530 – 2538) ถือว่าเป็นนักชกมวยไทยที่เป็นชาวต่างชาติที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เป็นนักชกที่มีสไตล์การฟุตเวิร์คและการชกที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ทำให้คนดูสนุกกับการชกได้ทุกครั้ง เดิม Ramon ได้ฝึกศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่นมาก่อน และจึงผันมาฝึกมวยไทยอย่างจริงจังภายหลังราวปี 2530 ผ่านสังเวียนการชกทั้ง Kick boxing, K-1 รวมถึง MMA ด้วย ผลงานที่ผ่านมา เคยเป็นแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวทของเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 2530 เป็นแชมป์มวยยุโรป WMTA รุ่นไลท์เวท ปี 2532 เคยเป็นแชมป์โลกรุ่นเวทเตอร์เวท เมื่อปี 2538 และอื่น ๆ อีกมากมาย สถิติการชก 223 ครั้ง ชนะ 195 (น็อค 95) แพ้ 35 เสมอ 2 ครั้ง

เบื้องหลังความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบาก               

ไม่ใช่ว่านักกีฬาเหล่านี้จะประสบความสำเร็จกันได้ง่าย ๆ นะ พวกเขาผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนักหน่วง ต้องอาศัยความอดทนพยายาม มีวินัยและความเพียรมากกว่าคนปกติ กว่าจะมีชื่อเสียงเช่นนี้ และที่สำคัญเลยคือความมีระเบียบในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอนี้ที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักกีฬารุ่นหลัง ๆ ได้เอาเป็นต้นแบบในการฝึกซ้อมของตนเองนั่นเอง

Credit : https://cdn.pixabay.com/photo/2017/03/14/10/07/muay-thai-2142472_960_720.jpg



มวยไทยต่างกับคิกบ็อกซิ่ง (Kickboxing) อย่างไร?

บางทีคนก็อาจสับสนกันอยู่ว่ามวยไทยกับ kickboxing นั้นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร นักกีฬามวยไทยกับkickboxing ใครจะเก่งกว่ากัน ความแตกต่างหรือแบบใดจะดีกว่าแบบใดนั้นขึ้นกับความคิดเห็นส่วนบุคคลหรือความชื่นชอบ แต่ในบทความนี้ต้องการสื่อสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกีฬาต่อสู้ทั้งสองประเภทนี้ว่ามีที่มาที่ไป ข้อเหมือนและข้อแตกต่างอย่างไรบ้างอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นข้อเท็จจริงอาจไปขัดกับความรู้สึกของบางคนได้ กรุณามองอย่างเป็นก็แล้วกันว่าเราเป็นกลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาต่อสู้เหมือนกันดีกว่า

Kickboxing เหมือนร่มที่ครอบคลุมมวยไทยเอาไว้

ประเด็นนี้ใช้ลักษณะของการใช้ศิลปะต่าง ๆ ในการต่อสู้เป็นเกณฑ์ kickboxing เป็นร่มหมายความว่าเทคนิคการใช้อาวุธหรือทักษะเฉพาะต่าง ๆ นั้นกว้างกว่ามวยไทย เพราะรวบรวมมาจากศิลปะการต่อสู้หลายแขนง ภายใต้ร่มของ kickboxing นี้ไม่ได้มีแต่เพียงมวยไทยแต่ยังรวมไปถึง American kickboxing, Japanese kickboxing และ Shoot boxing ด้วย โดยมวยไทยนั้นมีความแตกต่างจาก boxing ทั้ง 3 ประเภทดังกล่าวอย่างชัดเจน

ต้นกำเนิดมวยไทยนั้นมีมาตั้งแต่ราวปี 2000 ต้น ๆ ในประเทศไทยนี่เอง คนที่ฝึกเป็นทหารที่จะมีการนำศิลปะมวยไทยไปใช้จริงในสนามรบ ซึ่งส่วนมากก็เป็นการรบกับประเทศเพื่อนบ้านนั่นเอง รู้จักกันในนามศิลปะ 8 แขนขา คือหมัด 2 เท้า 2 เข่า 2 และ ศอก 2 รวมกับเทคนิคการกอดและกวาด ในขณะที่ kickboxing มีต้นกำเนิดมาภายหลังคือราวปี 2500 ต้น ๆ โดยมีต้นกำเนิดในญี่ปุ่นและอเมริกา เชื่อกันว่าเป็นการนำศิลปะมวยไทย มวยสากล และคาราเต้ มาผสมผสานกัน ถึงแม้จะดูคล้ายกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันมากมายอยู่ดี

ข้อแตกต่างที่สำคัญและเห็นได้ชัดเจนคือกติกาการแข่งขัน ซึ่งมวยไทยนั้นไม่ว่าจะแข่งขันที่ใดก็ตามกติกาในการใช้อาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก ยังอนุญาตให้นักกีฬาใช้ได้ทั้งหมด ในขณะที่ kickboxing จะเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ ศอก ไม่อนุญาตให้ใช้เลย แต่เข่าบางสนามอาจอนุญาตให้ใช้แต่ไม่ให้ใช้กับหัว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดกับผู้แข่งขัน การเข้ากอด เพื่อใช้ศอกและเข่าในระยะประชิดก็เช่นกันกติกามวยไทยยินยอมให้ใช้ในขณะที่ kickboxing ไม่ยินยอมให้ใช้

สไตล์การชกที่สังเกตแล้วจะเห็นข้อแตกต่างได้ kickboxing จะใช้การตั้งท่าแบบจรดเท้า ในขณะที่มวยไทยจะเน้นการฟุตเวิร์คมากกว่าเพราะเน้นการออกอาวุธทั้งเข่า และศอก การถีบเป็นอาวุธหลักของมวยไทยเพื่อหยั่งเชิงและทำลายจังหวะของคู่ต่อสู้ ในขณะที่ kickboxing ไม่มีการใช้ทักษะนี้แต่มี axe kicks เข้ามาแทน เป็นการใช้ส้นเท้ายกขึ้นแล้วกดกระแทกลงบริเวณใบหน้า

มีนักกีฬามวยไทยที่ผันตัวไปเล่นกีฬา kickboxing บ้างหรือไม่               

หลายคนก็สงสัยว่าในเมื่อมวยไทยดูเหมือนจะมีการใช้อาวุธที่หลากหลายกว่าแล้วจะมีบ้างไหมที่นักมวยไทยไปชกในสังเวียน kickboxing คำตอบก็คือมี…ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ บัวขาว บัญชาเมฆ ซึ่งเดิมทีนั้นเขาก็มีชื่อเสียงจากมวยไทยอยู่แล้ว แต่ก็ผันตัวไปเล่นกีฬา kickboxing เพราะสามารถหาเวทีขึ้นชกทั่วโลกได้มากกว่า รายการที่สร้างชื่อให้เขาก็คือ K-1 ซึ่งบัวขาวเองสามารถเข้าชิงได้ถึง 5 ครั้งเป็นแชมป์ถึง 2 ครั้ง เป็นนักชกคนแรกที่ได้แชมป์ K-1 ถึง 2 ครั้ง การปรับเปลี่ยนสไตล์การชกอาจใช้เวลาบ้าง แต่ความแข็งแกร่งจากการชกมวยไทยมาทำให้บัวขาวสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักชกkickboxing แถวหน้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว การผสมผสานศิลปะการต่อสู้ต่างหาก ที่เป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่รักในกีฬาต่อสู้



เป็นมือใหม่เรื่องกีฬาต่อสู้ แต่สนใจกีฬา MMA จะฝึกได้ต้องทำอย่างไร

คุณคิดว่ากีฬา MMA เป็นอย่างไร ยากในการฝึกแค่ไหน และควรจะไปเริ่มฝึกที่ไหนดี มาดูข้อมูลเบื้องต้นกันก่อน กีฬา MMA เป็นกีฬาต่อสู้ที่น่าตื่นเต้น มีผู้เล่นมากมายทั่วโลก และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่คุณจะหายิมที่ดี ครูฝึกที่ดีได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า MMA ไม่น่าลองเล่นนะ คุณอาจต้องเตรียมตัวสักเล็กน้อย เปิดใจกว้างยอมรับว่ากีฬานี้เป็นการผสมผสานกีฬาต่อสู้หลายชนิดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ยิวยิตสู, มวยไทย, มวยปล้ำ และศิลปะป้องกันตัวอื่นอีกมากมาย

5 เคล็ดลับสำหรับการเริ่มต้นฝึกซ้อม MMA ของมือใหม่

  1. หาข้อมูลก่อน หากคุณสนใจกีฬา MMA จริง ๆ แล้วล่ะก็ คุณต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้ก่อนทั้งการแข่ง กติกา นักกีฬาที่เด่น ๆ หลายคน เพื่อดูว่าแต่ละคนนั้นมีการฝึกซ้อม มีสไตล์การชกอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้นำมาเปรียบเทียบและปรับให้เหมาะกับตัวเองในภายหลัง ลองหาโรงยิมใกล้ ๆ คุณ ไปเที่ยวชมถามหาราคาหรือเวลาที่เหมาะกับตัวเอง
  2. ต้องแน่ใจว่าคุณพร้อมจริง ๆ โดยเฉพาะความพร้อมของร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าคุณจะฝึกไม่ได้แต่ส่วนมากแล้วผู้เริ่มเล่นและรู้จักกีฬา MMA มาบ้างแล้ว จะมีการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเพราะเป็นกีฬาที่ผสมผสานเอาศิลปะการต่อสู้หลายอย่างเข้าด้วยกัน หากร่างกายพร้อมคุณก็สามารถพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้นนั่นเอง
  3. ลงมือทำ เมื่อถึงเวลาฝึกคุณก็ต้องฝึกอย่างตั้งใจ พยายามเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ให้เร็วที่สุด ทำการฝึกซ้อมพื้นฐานให้ดีที่สุด กีฬา MMA ไม่สามารถฝึกให้เก่งได้ในวันเดียว ต้องใช้เวลา หาประสบการณ์ และฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอจึงจะมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นได้ อาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมเกิดขึ้นได้ คุณต้องเตรียมใจให้ดี เริ่มต้นฝึกซ้อมสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งก่อน เมื่อเกิดความเคยชินแล้วจึงค่อยเพิ่มความถี่ในการฝึกซ้อมให้มากขึ้น
  4. อย่ากลัวที่จะเข้าคู่ฝึกต่อสู้จริง ทักษะที่ฝึกมานั้นเบื้องต้นเป็นการฝึกกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่นิ่ง ๆ ให้คุณกระทำ การฝึกกับคู่ซ้อมจริงจะช่วยให้คุณรู้จังหวะในการเข้าทำ หรือในการตั้งรับ หาข้อบกพร่องเพื่อนำมาปรับปรุงวิธีการฝึกซ้อมของคุณได้ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวที่จะลงนวมซ้อมจริงกับคู่ซ้อมจริง ๆ เด็ดขาด
  5. อย่าก้มหน้ายอมแพ้ เมื่อกีฬา MMA เป็นกีฬาต่อสู้ที่ต้องใช้ศิลปะหลายแขนง มันเป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่จะทำความเข้าใจเทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว การบาดเจ็บก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณอาจถอดใจ การฝึกเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายอีกหนึ่งอย่างที่คุณจะต้องได้รับประสบการณ์ ทั้งเหนื่อยล้า เจ็บปวด แต่จงอย่ายอมแพ้เด็ดขาด คิดไว้เสมอว่าพรุ่งนี้คุณจะต้องหายเจ็บ หายเหนื่อย และเก่งขึ้น จากนั้นก็ลงมือทำต่อไปเหมือนเดิม

เตรียมใจไว้สำหรับการพ่ายแพ้ในทุก ๆ ครั้งที่คุณไปฝึกซ้อม               

เมื่อคุณเตรียมใจว่าคุณจะต้องพ่ายแพ้เมื่อไปฝึกซ้อม มันหมายความว่าคุณกำลังเตรียมพร้อมรับข้อบกพร่องของตัวเอง เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป จำไว้ว่าเมื่อคุณก้าวเข้าไปเพื่อพ่ายแพ้แต่คุณจะเดินออกมาอย่างผู้ชนะและมีความหวังเพราะมองเห็นว่าควรจะทำอะไรต่อในวันพรุ่งนี้นั่นเอง



เข็มขัดแชมป์บนสังเวียนมวย MMA ที่ได้มาเพราะความมานะและอดทน

การก้าวขึ้นสู่ความเป็นนักกีฬาต่อสู้บนสังเวียนใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะได้มาง่าย ๆ เพราะนักกีฬาทุกท่านจะต้องแลกมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองกันทุกคน ถึงแม้ในเรื่องของโอกาสจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นเดียวกันแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ ความสามารถที่มีอยู่ในตัวนักกีฬาซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ได้รับโอกาสดี ๆ นั้นด้วย ทำให้สิ่งจำเป็นที่สุดที่นักกีฬาจะต้องทำนั้นคือการขยันฝึกซ้อม มีมานะอดทนและความพยายามจึงจะได้มาซึ่งรางวัลเกียรติยศอย่างเข็มขัดแชมป์ โดยเฉพาะสังเวียนใหญ่ของมวย MMA (Mixed Martial Arts) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า มวยกรงอย่างสังเวียน UFC (Ultimate Fighting Championship) หญิงสาวในนาม Holly Holm (ฮอลลี โฮล์ม) คนนี้ได้พิสูจน์มาแล้วว่าชัยชนะได้มาเพราะความมานะและอดทนจริง ๆ

Holly Holm (ฮอลลี โฮล์ม) ดาวรุ่งสาวอีกดวงหนึ่งแห่งวงการมวยกรง

Holly Holm (ฮอลลี โฮล์ม) ก่อนหน้านี้ชื่อของผู้หญิงท่านนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการมวยกรงสักเท่าไร หรือจะเรียกว่าโนเนมเลยก็ยังได้ จนเมื่อโฮล์มได้ขึ้นชกบนสังเวียน UFC อีกทั้งยังต้องเจอกับนักสู้หญิงผู้ที่มีฉายาว่าไม่เคยแพ้ใครและครองแชมป์มานานกว่า 10 สมัยอย่าง Ronda Jean Rousey (รอนดา ราวซีย์) ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกคนที่เคยได้ดูและชมฝีมือการขึ้นชกของราวซีย์มาแล้วต้องคิดแบบเดียวกันว่า ชัยชนะในครั้งนี้ก็ต้องตกเป็นของแม่เสือสาวราวซีย์อีกครั้งอย่างแน่นอน และเจ้าตัวเองก็ต้องเชื่อมั่นเช่นนั้นแน่ ๆ

แต่เมื่อโฮล์มสามารถชนะน็อคราวซีย์ได้จากท่าเตะที่โฮล์มถนัดและใช้ได้อย่างดีเยี่ยมมาตลอดทุกไฟท์ ตั้งแต่ที่เริ่มเข้าร่วมในสนามนักกีฬาต่อสู้ ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้คนทั่วโลกได้รับรู้ว่าบนเส้นทางแชมป์โลกนั้นไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ต้องแลกมาจากความมุมานะของตัวเอง ความมีวินัยตามแบบฉบับของนักกีฬา ขยันและอดทนต่อความยามกลำบาก เมื่อชนะต้องไม่ทะนงตัวมากเกินไป แต่เมื่อต้องแพ้พ่ายก็นำมาเป็นบทเรียนสอนตัวเองเพื่อจะได้แก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ Holly Holm (ฮอลลี โฮล์ม) ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง

นักกีฬาดาวรุ่ง อีกหนึ่งแรงบันดาลใจของนักกีฬารุ่นใหม่ให้ได้ก้าวไปพิชิตฝัน               

นอกจาก Holly Holm (ฮอลลี โฮล์ม) แล้ว นักกีฬาต่อสู้อีกหลาย ๆ ท่านทั้งหญิงและชาย สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน ไม่เพียงเฉพาะต่างชาติเท่านั้นแต่ในประเทศไทยเองก็มีนักกีฬาต่อสู้หัวใจแกร่งอยู่หลายท่านเช่นกัน ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกมาแล้วไม่แพ้ใคร เมื่อกลับไปดูประวัติตลอดเส้นทางนักสู้ของพวกเขาน่ายกย่องชมเชยและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาต่อสู้รุ่นใหม่ให้ได้ก้าวไปพิชิตฝันบนสังเวียนได้ต่อไปในอนาคตนอน ทุกสังเวียนการต่อสู้จะต้องสร้างนักกีฬาดาวรุ่งให้ได้ดูและชมกันต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยเป้าหมายคือเข็มขัดแชมป์และเกียรติยศของนักกีฬา

Credit : https://cdn.pixabay.com/photo/2016/04/22/09/14/mma-1345403_960_720.jpg


  • Categories:

บราซิลเลี่ยนยิวยิตสู (jujutsu) อาวุธสุดท้าทายบนสังเวียนมวยกรง

นักกีฬาต่อสู้ทุกคนเมื่อได้อยู่บนสังเวียนแล้วย่อมถือว่ามีใจเกินร้อยเพื่อพร้อมที่จะต่อสู้คว้าชัยชนะ สังเวียนมวยกรงเป็นอีกสนามหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก กองเชียร์เองก็ลุ้นตามไปด้วยไม่แพ้นักกีฬาเช่นกัน สิ่งที่สังเกตเห็นได้ระหว่างการแข่งขันในแต่ละครั้ง หรืออาจจะเรียกว่าแทบทุกครั้งก็ได้ นักกีฬามักจะใช้ท่วงท่าจากพื้นฐานการต่อสู้แบบบราซิลเลี่ยนยิวยิตสู (jujutsu) ที่เป็นวิธีการเอาตัวรอดบนสังเวียนจากการเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่ต่อสู้ แต่ท่วงท่าต่าง ๆ กลับทำให้ได้เปรียบไปสู่การปล้ำจับล็อคคู่ต่อสู้ให้ยอมแพ้ได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกใช้อาวุธสุดท้าทายนี้คือ ความแข็งแกร่งของนักกีฬา ที่จะต้องได้รับการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีจึงจะสามารถใช้เป็นอาวุธบนสังเวียนได้อย่างชำนาญและสามารถเอาชนะเหนือคู่ต่อสู้เพื่อจบเกมการแข่งขันได้อย่างสวยงาม

ทำไม…ยิวยิตสู (jujutsu) ได้รับความนิยมในสังเวียนมวยกรง

  • บนสังเวียนมวยกรงผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่มีกำลังมากกว่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้งพละกำลังควบคู่ไปกับสติปัญญาและไหวพริบในการเอาตัวรอดจากคู่ต่อสู้ เพื่อให้มีโอกาสจู่โจมคู่ต่อสู้จนคู่ต่อสู้ยอมแพ้ ยิวยิตสู (jujutsu) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
  • ท่วงท่าของยิวยิตสู (jujutsu)เน้นการปล้ำจับล็อก ถ้าตัวนักกีฬาสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว รู้หลักการจับปล้ำล็อคแบบมืออาชีพ ถือเป็นการได้เปรียบคู่ต่อสู้บนสังเวียนมวยกรง และทำให้กลายเป็นนักกีฬาแนวหน้า มาแล้วหลายต่อหลายคน
  • ยิวยิตสู (jujutsu) เป็นวิธีการเปลี่ยนเส้นทางการโจมตีของคู่ต่อสู้ ที่ต้องการพุ่งโจมตีแต่กลับกลายเป็นว่าการโจมตีนั้นไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองแต่กลับทำให้อีกฝ่ายได้เปรียบ เหมือนเอาพละกำลังนั้นไปใช้แทนแล้วเป็นฝ่ายชนะในที่สุด นักกีฬาจึงไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างใหญ่ก็สามารถใช้เป็นอาวุธสุดท้าทายได้
  • การเลือกใช้ยิวยิตสู (jujutsu) สามารถลดอาการบาดเจ็บจากการปะทะได้เป็นอย่างดีทั้ง การเตะ ต่อย หรือการได้รับการกระแทกต่าง ๆ ทำให้นักกีฬาจึงต้องฝึกให้เกิดความชำนาญควบคู่ไปกับศิลปะการต่อสู้ด้านอื่น ๆ ด้วย
  • ยิวยิตสู (jujutsu) ทำให้นักกีฬาที่มีรูปร่างเล็กและคิดว่าเสียเปรียบคู่ต่อสู้ที่มีรูปร่างใหญ่กว่ามีแรงฮึดสู้ เพราะการใช้ท่วงท่าของศิลปะการตอสู้แบบยิวยิตสู (jujutsu) รูปร่างเล็ก-ใหญ่จะไม่ใช่ปัญหาให้คิดหนักอีกต่อไป

ยิวยิตสู (jujutsu) ศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก  

ยิวยิตสู (jujutsu)ได้ถูกยกให้เป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวที่ดีที่สุดในโลกแขนงหนึ่ง โดยเฉพาะบนสังเวียนมวยกรงทั้งระดับภูมิภาคและในระดับโลก นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้เพื่อการป้องกันตัวได้ดีเยี่ยม เด็กฝึกดีและผู้ใหญ่ก็ฝึกได้ เพราะในการดำเนินชีวิตทุกวันนี้ กล่าวได้เลยว่าทุกคนควรรู้จักวิธีการป้องกันตัวเพื่อสามารถช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นเมื่อเกิดอันตรายขึ้น อย่างน้อยก็สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้ทันท่วงที ดังนั้นยิวยิตสู (jujutsu) ก็น่าสนใจสำหรับการเรียนรู้



ปล้ำจับล็อกและซับมิชชัน (Submission) ท่วงท่าที่คว้าชัยชนะในสังเวียนต่อสู้

หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับกีฬาการต่อสู้ที่ใช้หมัดต่อย หรือการเตะ แต่ในปัจจุบันนี้มีกีฬาการต่อสู้ที่สามารถใช้เป็นการป้องกันตัวได้ดีเยี่ยมด้วยในสถานการณ์จริงอย่างการซับมิชชัน (Submission) หรือปล้ำจับล็อกให้ฝ่ายตรงข้ามยอมจำนน โดยเฉพาะในการต่อสู้แบบผสมผสานหรือ Mixed Martial Art (MMA) นักกีฬานิยมใช้เป็นอาวุธสำคัญเพื่อพิชิตคู่ต่อสู้และก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างมากทีเดียว

ปล้ำจับล็อกและซับมิชชันท่วงท่าที่คว้าชัยชนะในสังเวียนต่อสู้ ไม่ใช่อาวุธสำหรับนักกีฬาที่ตัวใหญ่กว่าเท่านั้น แม้แต่นักกีฬาที่มีรูปร่างเล็กก็ยังสามารถปรับใช้ได้ดีและได้ผลมาแล้ว ด้วยเทคนิคและวิธีการอันชาญฉลาดทั้งล็อค หัก และบิดอย่างถูกวิธีจนคู่ต่อสู้ต้องยอมแพ้ เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว กรรมการต้องยุติการแข่งขันทันที

ทำความรู้จักกับการศิลปะการต่อสู้ปล้ำจับล็อกและซับมิชชัน (Submission)

ปล้ำจับล็อกและซับมิชชัน (Submission) ที่ฟังแล้วอาจจะน่ากลัวและเป็นอันตราย แต่เมื่อถูกกำหนดด้วยกติกาการแข่งขันก็ไม่ถึงขั้นมีอันตรายร้ายแรงในสังเวียนการต่อสู้ ที่นักกีฬานำมาใช้เป็นอาวุธในการเอาชนะคู่ต่อสู้ ในส่วนของท่วงท่าที่ได้รับความนิยมและนำมาใช้ซึ่งมีทั้งการใช้แขน ขาและเท้า คือ

  1. ท่วงท่าที่ผสมผสานมาจากศิลปะการต่อสู้บราซิลเลียนยิวยิตสูกับยูโด เรียกว่า เรียร์ เนกเกด โช้ก (Rear Naked Choke) เป็นการบีบและรัดซอกคอจากด้านหลังของคู่ต่อสู้ เพื่อให้อีกฝ่ายยอมจำนนเพราะหายใจไม่สะดวกและเริ่มจะหน้ามืดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วขณะหนึ่งจนต้องยกธงขาว ยอมแพ้ในที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญเพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้ดิ้นหลุดไปได้
  2. อาร์มบาร์ (Armbar) ท่าล็อกนี้อาจจะดูไม่รุนแรงมากนักในสายตาผู้ชม แต่มันคือการฝืนธรรมชาติของสรีระอย่างข้อศอกเป็นอย่างมาก เมื่อต้องถูกบิดไปทิศทางตรงกันข้ามที่ธรรมชาติสร้างมา ค่อนข้างทรมานคู่ต่อสู้มากเช่นกัน จึงทำให้ยอมพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย
  3. ไทรแองเกิล โช้ก (Triangle Choke) เป็นท่วงท่าที่ใช้ส่วนขาและเท้ารัดคู่ต่อสู้ ซึ่งต้องอาศัยความแข็งแกร่งของขาเป็นหลัก นักกีฬาที่ทำได้ดีจะสามารถทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียการทรงตัว ควบคุมตัวเองได้ยากและเมื่อโดนรัดแน่นขึ้นก็ต้องยอมแพ้ไปในที่สุด

ปล้ำจับล็อกและซับมิชชัน (Submission) มีกติกาที่ควบคุมได้ตลอดการแข่งขัน               

เกมการแข่งขันกีฬาทุกชนิดย่อมต้องมีข้อกำหนดด้วยกฎและกติกาการแข่งขัน มีกรรมการคอยกำกับนักกีฬาทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นได้ เมื่อใดก็ตามที่กรรมการเห็นว่าลักษณะของการแข่งขันอาจเกิดความรุนแรงต่อผู้แข่งขันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สามารถที่จะยุติการแข่งขันได้ทันที และทำการตัดสินแพ้-ชนะตามความเห็นของคณะกรรมการ ซึ่งนักกีฬาที่ดีต้องยอมรับคำตัดสินของกรรมการ แต่ถ้าหากมีข้อกังขาใด ๆ ก็สามารถเรียกร้องให้คณะกรรมการชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงได้เช่นกัน



ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว MMA (Mixed Martial Art) ที่ผสมผสานทุกจุดเด่นได้อย่างลงตัว

ในปัจจุบันนี้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือมวย MMA เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็มีนักกีฬา MMA หลายท่าน อีกทั้งยังเคยทำชื่อเสียงให้กับประเทศมาแล้วทั้งชายและหญิง ถึงแม้ว่าด้วยสรีระของคนไทยจะเป็นข้อเสียเปรียบอย่างหนึ่งในการแข่งขันก็ตามแต่ด้วยหัวใจที่แกร่งของนักกีฬาไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก

การต่อสู้แบบผสมผสาน MMA หรือ Mixed Martial Art คือศิลปะการต่อสู้ที่ได้รวมเอาเทคนิคที่เป็นท่วงท่าแห่งเอกลักษณ์ของแต่ละอย่างมาใช้ อาทิ ยูยิตสุ มวย ยูโด เป็นต้น จึงไม่สามารถกำหนดท่วงท่าที่ตายตัวได้เหมือนกับกีฬาต่อสู้ประเภทอื่น ๆ นักกีฬาแต่ละท่านจะเลือกใช้ที่ตัวเองถนัดและสามารถใช้ได้ผลดีในการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ภายใต้กฎกติกาที่เป็นสากล

นักกีฬาไทยในการเรียนรู้ MMA สู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพในระดับสากล

\สำหรับนักกีฬาไทยอาจจะยังมีไม่มากนักในเกมกีฬา MMA แต่นักกีฬาที่ให้ความสนใจอย่างจริงจังก็สามารถก้าวขึ้นสู่อันดับความนิยมไปทั่วโลกได้เช่นกันอย่างเช่นผู้บุกเบิก MMA ของไทยในนาม ครูตอง หรือชื่อจริง คุณชนนภัทร วิรัชชัย ซึ่งได้เริ่มต้นด้วยการร่ำเรียนยูโดมาตั้งแต่เด็ก และมองเห็นความสำคัญของกีฬาต่อสู้ จึงได้นำศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกัน เนื่องจากเห็นว่าการฝึกซ้อม MMA นั้นจะต้องอาศัยทักษะหลายด้านและสามารถออกอาวุธได้หลากหลาย จนได้มีโอกาสเปิดสอน MMA ขึ้น

นอกจากนี้ครูตอง ยังได้เข้าร่วมการแข่งขันในศึก  ONE Championship ซึ่งถือว่าเป็นสนามมวย MMA ที่ยิ่งใหญ่ของภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกก็รู้จักเช่นกัน จนได้แชมป์และได้กลายเป็นนักมวยคนสำคัญของ ONE Championship ในเวลาต่อมายังส่งเสริมให้ลูกศิษย์ทั้งชาย-หญิงได้มีโอกาสดี ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ริกะ อิชิเกะ เป็นนักกีฬาหญิงชาวไทยคนแรกในสังเวียน MMA, เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค,  แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ เป็นต้น หรือในศึกระดับโลกอย่างเวที UFC ก็ยังมีนักกีฬาหญิงไทยที่ได้เข้าไปสัมผัสการต่อสู้ที่ดุเดือดและสามารถคว้าแชมป์มาแล้วเช่นกัน นั่นก็คือ โลมา ลูกบุญมี คุณสุภิสรา คนหลัก นักสู้หัวใจแกร่งสาวชาวไทย จึงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน ในอนาคตไทยจะมีนักกีฬา MMA เพิ่มขึ้นสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพในระดับสากล เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

ทุกจุดเด่นของกีฬาต่อสู้…สู่ความลงตัวในกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน ( Mixed Martial Art)               

เพราะทุกจุดเด่นของกีฬาต่อสู้คือหนทางแห่งการก้าวสู่ชัยชนะบนสังเวียน เมื่อนำมาผสมผสานและใช้จุดเด่นเหล่านั้นได้อย่างลงตัวและเหมาะสมกับโอกาส อีกทั้งยังสามารถใช้ได้อย่างชำนาญแล้ว ย่อมทำให้นักกีฬาเกิดความมั่นใจว่าจะพิชิตคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน แต่ถึงแม้จะไม่ได้ตำแหน่งแชมป์ก็ยังสามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนาฝีมือของตัวเองต่อไปได้ เพราะกีฬาย่อมมีทั้งแพ้และชนะ  สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือประสบการณ์ที่จะได้รับจากการแข่งขันในแต่ละครั้ง ทั้งสังเวียนเล็ก-ใหญ่แล้วยังได้สุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ



มวยไทย กีฬาที่สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมมาแล้วหลายสมัย

ขึ้นชื่อว่ากีฬามวยไทย คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นทั้งกีฬาที่นานาชาติให้ความนิยมและยังเป็นกีฬาประจำชาติของไทยอีกด้วย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็รู้จักเป็นอย่างดี ประเทศไทยมีนักกีฬาที่มีชื่อเสียงในด้านมวยไทยมาทุกยุคทุกสมัยจนกระทั่งได้มีการจัดตั้งสมาคมมวยไทยสมัครเล่นขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักกีฬาได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่สนามการแข่งขัน เพื่อพิสูจน์ความสามารถ รวมถึงมีการปฏิบัติตนให้อยู่ในกฎเกณฑ์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬาตามระเบียบที่สากลให้การยอมรับ เพื่อให้กีฬามวยไทยได้เป็นมรดกที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริงบนความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนต่อไปในอนาคต

ทักษะเบื้องตันของมวยไทย สิ่งสำคัญที่นักกีฬาควรฝึกฝนจนก้าวขึ้นสู่คำว่า…มืออาชีพ

กีฬามวยไทยเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทักษะในการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลที่ดีต่อตัวนักกีฬาอย่างแท้จริงและมีความปลอดภัย อย่างสูงสุด เพราะในการฝึกซ้อม นักกีฬาสามารถใช้แทบทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ ทั้งหมัด ศอก เข่าและเท้า ดังนั้นทักษะที่ถูกต้องจึงต้องเรียนรู้

  • การตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้ หรือในวางการกีฬามวยเรียกว่า การจดมวย ไม่ว่าจะพร้อมบุก หรือพร้อมรับอาวุธของคู่ต่อสู้ก็ตาม สายตาแน่วแน่ แขน ขาและเท้าวางในท่าที่ถูกต้อง เพราะการตั้งท่าเป็นพื้นฐานสำคัญเบื้องต้นของการชกมวย
  • หมัด ที่อาจจะถูกมองข้ามความจำเป็นไปสำหรับหลาย ๆ คน แต่จริง ๆ แล้วหมัดที่กำนั้นจะเกี่ยวข้องกับการชกอย่างมากทีเดียว เพราะการกำหมัดที่ไม่ถูกวิธีสามารถเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นได้ง่าย อย่างเช่น นิ้วซ้น เดาะ หรือหัก เป็นต้น ดังนั้นนักกีฬาควรกำหมัดให้ถูกวิธี
  • การเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างการต่อสู้บนสังเวียนมวย นักกีฬามวยไทยจะต้องฝึกฝนการเคลื่อนไหวเพื่อการทรงตัวที่ดี ถ้าไม่ฝึกให้คล่องแคล่วอาจจะทำให้เสียจังหวะในการเคลื่อนไหวได้ง่าย และพลาดพลั้งให้กับคู่ต่อสู้ได้ง่ายเช่นกัน

จากมรดกทางวัฒนธรรมไทย…ก้าวสู่มรดกสากล จนกลายเป็นแชมป์มวยโลก               

มวยไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่มรดกทางวัฒนธรรมของไทยเท่านั้น แต่นักกีฬามวยไทยได้พาก้าวขึ้นสู่มรดกโลกไปแล้วหลายต่อหลายรุ่น ด้วยการคว้าแชมป์โลกในรุ่นต่าง ๆ ถึงแม้ในเวทีโลกจะต้องผสมผสานให้เข้ากับวัฒนธรรมของต่างชาติ จึงถูกจำกัดการออกท่วงท่าของมวยไทยในบางท่า เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา แต่ด้วยพื้นฐานที่ดีจากการซ้อมมวยไทยจึงสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้จนได้รับการยอมรับ อาทิ โผน กิ่งเพชร, สด จิตรลดา,เขาทราย แกแล็คซี่, แสน ส.เพลินจิตและ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการมวยไทยและประเทศไทย อีกทั้งยังทำให้ชาวต่างชาติต่างภาษาอยากเข้ามาเรียนรู้การฝึกมวยไทยมากขึ้น ที่สำคัญยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กไทยอีกหลายคน ที่ฝันว่าอยากเป็นนักมวยและเป็นแชมป์โลกเหมือนนักมวยรุ่นพี่ จึงถือว่าเป็นการสืบทอดมรดกไทยที่ได้ผลลัพธ์อย่างดีเยี่ยมตลอดมาและยังจะเป็นเช่นนนี้ต่อไปในอนาคต



กีฬาคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในระยะใกล้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

กีฬาคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในระยะใกล้ โดยสามารถใช้ได้ทั้งมือ นิ้ว ศอกและเท้าเป็นอาวุธ เมื่อกีฬาคาราเต้ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยมา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปะการต่อสู้ที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ได้นำมาบรรจุเป็นรายการกีฬาแข่งขันในรายการระดับนานาชาติอีกด้วย จนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญที่สุดคือในปี 2020 นี้ ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ได้บรรจุคาราเต้ในการแข่งขันระดับโลกเป็นครั้งแรก จึงทำให้เกิดการตื่นตัวของนักกีฬาคาราเต้จากทั่วโลก รวมถึงนักกีฬาไทยด้วย ที่ซุ่มฝึกซ้อมอย่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ เพราะมีเป้าหมายสูงสุดที่ชัดเจนมากขึ้นอย่างเหรียญโอลิมปิก เกมส์

อนาคตที่สดใสของนักกีฬาคาราเต้ไทย…ก้าวสำคัญในโอลิมปิกเกมส์

เนื่องจากในเวทีกีฬาโลกอย่างโอลิมปิกเกมส์จะบรรจุกีฬาคาราเต้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรกในปี 2020 ทำให้แผนการฝึกซ้อมและส่งนักกีฬาเข้าร่วมของสมาคมกีฬาคาราเต้ไทยจึงเล็งเห็นโอกาสที่ดีของนักกีฬาไทย จึงพลาดไปไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ได้ผ่านการคัดตัวอย่างสมศักดิ์ศรี เหล่าทัพคาราเต้เองก็เหมือนได้รับกำลังใจในการฝึกซ้อมที่มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากนักกีฬาคาราเต้ที่มีความสามารถได้ฉายแววดาวรุ่งมาตั้งแต่สมัยเป็นนักกีฬาเยาวชน ได้มีโอกาสลงสนามระดับนานาชาติอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่น่ากังวลเรื่องการลงสนามแข่งระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่ ก็ย่อมจะสามารถทำผลงานได้ดีอย่างแน่นอน

นักกีฬาคาราเต้ไทยที่เป็นความหวังของคนไทยอาทิ คุณมนสิชา สกุลรัตนธารา หรือน้ำผึ้ง ซึ่งมีผลงานที่น่าภาคภูมิใจระดับเหรียญทองแดงในเอเชียนเกมส์ 2018, คุณณีรนุช แตงเลี้ยง หรือจ้าจีน ฉายแววมาตั้งแต่รุ่นเยาวชนอยู่แถวหน้าของวงการคาราเต้ทั้งในระดับเอเชียและอาเซียน นอกจากนักคาราเต้สาวแล้วยังมีนักคาราเต้หนุ่มอย่างคุณศุภ งามพึงพิศ หรือเบส และอีกท่านหนึ่งที่เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นมาคือ คุณธีรวัฒน์ คลังทอง หรือแม็ก นอกจากนี้ยังมีนักคาราเต้รุ่นใหม่อีกหลายท่าน ซึ่งล้วนแต่มีใจเกินร้อยพร้อมรับใช้ชาติในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยต่อไปในอนาคต ดูแล้วต้องเป็นอนาคตที่สดใสและเจิดจรัสได้อย่างแน่นอน

ความสำเร็จของนักคาราเต้ไทย…คือความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ

นักกีฬาไทยคือส่วนหนึ่งของการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก จนชาวต่างชาติยอมรับในฝีมือของคนไทย ซึ่งมีมาตั้งแต่อดีต อาทิ มวยไทย, เทควันโดและยกน้ำหนัก เป็นต้น ในอนาคตการได้สร้างชื้อเสียงให้ประเทศไทยจากนักกีฬาคาราเต้ไทยก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นกัน ทั้งความมุ่งมั่น ขยันฝึกซ้อมและความมีวินัยที่มาจากตัวเหล่านักกีฬาเองแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังมาจากผู้ฝึกสอน กองเชียร์ที่ไม่น้อยหน้าชาติใดในโลกเช่นกัน เพราะว่าความสำเร็จของนักกีฬาคาราเต้ไทยก็เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย                

กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษอย่างแท้จริง กีฬาที่เป็นศิลปะการต่อสู้ยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดีในการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กฝึกได้ ผู้ใหญ่ฝึกด้วยก็เป็นประโยชน์ เพื่อสามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อมีภัยมาถึงตัว ถ้าฝึกซ้อมอย่างจริงจังก็ยังยึดเป็นอาชีพนักกีฬาได้อีกเช่นกัน




top